วิธีการใช้ Another, other และ others 

 

Another 

Another แปลว่า “อีก 1 สิ่ง” และ(มัก)ไม่ใช่สิ่งสุดท้าย

ดังนั้น Another จะตามด้วย นามเอกพจน์

เช่น

There’ll be another bus along in a few minutes.

[เดี๋ยวจะมีรถเมล์อีก 1 คันมาถึงใน 2-3 นาทีนี้นะ]

(และคงไม่ใช่รถเมล์คันสุดท้าย)

 

This problem is another example of bad communication.

[ปัญหานี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสื่อสารที่ผิดพลาด]

(และคงไม่ได้เป็นตัวอย่างสุดท้าย)

 

ข้อควรจำพิเศษ 1: ปกติ another ตามด้วย เอกพจน์ ใช่ไหมครับ แต่หากมีเลขตามมา สามารถใช้รูปพหูพจน์ได้ครับ

เช่น

I will have to wait another 3 days for the job interview.

[ฉันจำเป็นต้องรอการสัมภาษณ์งานไปอีก 3 วัน]

 

There is another 2000 dollars to pay.

[ยังเหลืออีก 2000 บาทที่ต้องจ่ายนะ]

 

When the manager finished solving the problem, another two containers arrived.

[ตอนที่ผู้จัดการแก้ปัญหาเสร็จสิ้น บรรจุภัณฑ์อีกสองกล่องก็มาถึงพอดี]

 

สรุปจำแบบนี้ครับ

another + เอกพจน์

ยกเว้น

another + จำนวน (เช่น 2,3,4,… +days/miles/employees) ได้

 

ข้อควรจำพิเศษ 2:

หากผู้พูดและผู้ฟังรู้กันอยู่แล้วว่าเอ่ยถึงสิ่งใด อาจละคำนามที่ตามหลัง another ได้

เช่น

Buy two books and get another completely free.

[ซื้อหนังสือสองเล่ม แถมอีก 1 เล่มฟรีเลยจ้า]

*another ด้านบน ย่อมาจาก another book นั่นเองครับ

 

This shirt is too big; I'll try another.

[เสื้อเชิ้ตตัวนี้ใหญ่เกินไป เดี๋ยวฉันลองอีกตัวแล้วกัน]

Other

 

Other แปลว่า อันที่เหลือทั้งหมด (มักเป็นอันสุดท้าย กลุ่มสุดท้าย)

พูดภาษาชาวบ้านคือ มันจะใช้กับคำนามประเภทอื่นที่ another ใช้ไม่ได้ครับ

Another ต้องตามด้วย เอกพจน์

แต่ other จะตามด้วย นามนับไม่ได้ หรือ พหูพจน์ ก็ได้ครับ

เช่น

The department has general information about the benefit. Other information can be obtained by calling this number. 

[แผนกนั้นมีข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสวัสดิการนั้น ส่วนข้อมูลอื่นที่เหลือสามารถสอบถามได้ที่เบอร์โทรนี้]

*information เป็น นามนับไม่ได้

This shirt’s too small. Do you have it in other sizes?

[เสื้อเชิ้ตตัวนี้เล็กเกินไป มีขนาดอื่นมีไหมคะ] คนถามเหมือนอยากรู้ว่า ขนาดอื่นที่เหลือมีไซส์ไหนบ้าง

*sizes เป็น นามพหูพจน์

 

คำถามคือ แล้ว other ตามด้วย นามเอกพจน์ได้ไหม

คำตอบคือได้ แต่มีข้อแม้ว่า นามคำนั้นต้องมีคำแสดงความเจาะจง (determiner) คือมีคำว่า the, this, that, these, those, my, your, our, some, any,… เป็นต้น

 

เช่น

I don’t like the blue one. I prefer the other color.

[ฉันไม่ชอบสีฟ้า ฉันอยากได้อีกสีที่เหลือมากกว่า]

*color เป็น นามเอกพจน์

 

Jane is at school; my other daughter is at university.

[เจนอยู่ที่โรงเรียน ส่วนลูกสาวอีกคนอยู่ที่มหาลัยจ้า]

สื่อเป็นนัยว่า น่าจะมีลูกสาวแค่สองคนเท่านั้น

*daughter เป็น นามเอกพจน์

 

คำถามคือ แล้ว other + นามเอกพจน์ แบบไม่เจาะจง (ไม่มี determiner) ได้ไหม

ลองคิดตามดังนี้ครับ

ถ้าเราไม่เจาะจง เราต้องใส่ an ถูกไหมครับ

ก็จะได้เป็น an other ซึ่งมันก็คือ another นั่นเองจ้า

 

ครูเบิร์ดเลยมักจะจำง่ายๆ แบบนี้ครับว่า

another แปลว่า อีกหนึ่งสิ่ง [ที่มักไม่ใช่อันสุดท้าย]

another + เอกพจน์

 

other แปลว่า ที่เหลือทั้งหมด [มักเป็นอันสุดท้าย กลุ่มสุดท้าย สิ่งที่เหลือ]

other + คำนามได้ทุกแบบ

แม้จะไม่ได้ละเอียดแบบคำอธิบายด้านบน แต่ทำให้เราพอเห็นความแตกต่างคร่าวๆ ได้ครับ

ลองเทียบความแตกต่างครับ

 

This shirt is too big; I'll try another.

สื่อว่าอยากลองเสื้ออีก 1 ตัว และตัวนั้นคงไม่ใช่ตัวสุดท้ายที่ลองได้

 

เพราะถ้าเหลืออีกตัวเดียว คงต้องพูดว่า

This shirt is too big; I'll try the other one.

 

 

ข้อควรจำพิเศษ 3:

หากรู้อยู่แล้วว่ากล่าวถึงอะไร เราสามารถละคำนามหลัง other ไปได้ครับ

ในกรณีคำนามคำนั้นเป็น เอกพจน์ หรือ นับไม่ได้ ให้ย่อเป็น other

หากคำนามเป็น พหูพจน์ ให้ย่อเป็น others

 

เช่น

We have to solve this problem, more than any other]

[พวกเราจำเป็นต้องแก้เป็นหานี้มากกว่าปัญหาอื่นๆ]

any other ย่อมาจาก any other problem นั่นเอง

 

I’ll attach 5 files to this email and I’ll send others next week.

[ผมแนบ 5 ไฟล์ไปกับอีเมลนี้นะครับ และจะส่งที่เหลือสัปดาห์หน้า]

others ย่อมาจาก other files นั่นเองครับ

 

อ้าวแล้วถ้าใส่ the เป็น the other กับ the others ได้ไหมครับครูเบิร์ด

คำตอบคือได้ครับ

 

the เราใส่เมื่อรู้กันว่าเป็นอันไหน

the other/ the others ก็คือ อันสุดท้าย/ กลุ่มสุดท้ายที่เหลือและรู้แน่ชัดว่าเป็นอันไหนนั่นเองจ้า

 

เช่น

This car here is new. The other [car] is about 20 years old.

[รถคันนี้ยังใหม่อยู่ ส่วนอีกคันอายุประมาณ 20 ปีแล้ว]

แฝงความนัยว่า ตอนนี้มีรถจอดอยู่ 2 คัน คนพูดรู้แน่ชัดว่าคันสุดท้ายคือคันไหน

จึงใส่ the หน้า other ครับ

 

 

He had his book in one hand and a lot of pens in the other [hand].

[เขาถือหนังสือไว้ในมือข้างหนึ่ง แล้วก็ถือปากกาหลายด้ามในมือข้างที่เหลือ]

ข้างที่เหลือต้องรู้อยู่แล้วว่าข้างไหน จึงใช้ the นำหน้า other ครับ

 

Bird and Peter have arrived, but where are the other kids? (หรือย่อเป็น the others ก็ได้ครับ)

[เบิร์ดและปีเตอร์มาถึงแล้ว แล้วเด็กคนอื่นๆ ที่เหลือล่ะ]

 ใส่ the แสดงว่า อาจรู้ว่าเด็กคนไหนบ้างที่จะมาอีก

 

สมมติเหลือเด็กอีกแค่คนเพียงที่ยังไม่มาก็อาจพูดว่า

Bird has arrived, but where are the other [kid] แทนครับ

 

ด้านบนเป็นคำอธิบายแบบละเอียดอ้างอิงจาก dictionary.cambridge.org

หากพบข้อผิดพลาดประการใดแจ้งได้เลยครับ

อยากทำไว้ให้เป็นแหล่งค้นคว้าภายหลังครับ

 

ขอบพระคุณครับ

ครูเบิร์ด

LINE ID: @krubirdhome